วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

"มาร์ค"กล่อม"โสภณ"ทบทวนไล่ออกพนักงานรฟท.

"มาร์ค"กล่อม"โสภณ"ทบทวนไล่ออกพนักงาน รฟท. สั่งสอบคนออกคำสั่งหยุดเดินรถที่ละแม จ.ชุมพร พร้อม ไฟเขียว สร.รฟท.ร่วมชงแผนปฏิรูป รฟท.เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 4 พ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าฯรฟท.ได้เข้าพบและหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 อาคารรัฐสภา โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 19.20 น.วันที่ 4 พ.ย.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมและนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหารฟท.ว่า การพูดคุยได้หยิบยกทุกเรื่องที่สหภาพเรียกร้องขึ้นมาพูดคุย ซึ่งไม่มีปัญหาขัดแย้งในสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป โดยการให้ความเป็นธรรมกับพนักงานที่มีคำสั่งไปเกี่ยวข้องกับศาลก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่สหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)ระบุว่า มีคำสั่งของการรถไฟที่ห้ามพนักงานที่ถูกไล่ออกเข้าพื้นที่ก็ได้บอกกับนายโสภณให้ไปทบทวน ซึ่งคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องอิงคำสั่งศาลที่สั่งไม่ให้ผู้ที่ถูกให้ออกไปเกี่ยวข้องกับการเดินรถ และได้คุยกับทั้งสองฝ่ายแล้วว่าจะต้องไม่มีการมาทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันกรณีที่มีการร้องว่าผู้ว่าและผู้บริหารก็ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวมไปถึงการพูดว่ามีการออกคำสั่งไม่ให้เดินรถที่สถานีรถไฟละแม จ.ชุมพร ก็จะมีการตรวจสอบโดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับหัวรถจักรก็จะดำเนินการให้บุคคลภายนอกเข้ามาตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยให้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนแนวการปฏิรูปรถไฟนั้นขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งก็ไม่มีใครขัดข้องที่จะให้ สร.รฟท.จะมาให้ความเห็นประกอบ ซึ่งหลักการของการปฏิรูปคือเราต้องการความชัดเจนของตัวเลขต่างๆที่เกี่ยวกับงาน 3 ด้าน คืองานเรื่องราง วิ่งรถและงานทรัพย์สิน ไม่ให้มาปะปนกัน เพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพ ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องคุยกันต่อไป ซึ่งแนวหนึ่งที่สามารถทำได้คือการแยกหน่วยธุรกิจ แยกบัญชีโดยไม่แยกองค์กร ซึ่งได้พูดคุยกับสหภาพแล้วก็ยืนยันว่ายอมรับได้ และปัญหาการบริหารและการประเมินประสิทธิภาพในปัจจุบันเพราะ 3 ส่วนนี้ปะปนกันอยู่ โดยงานระบบรางนั้นเป็นค่าใช้จ่ายล้วนๆ ก็เหมือนกับการสร้างถนน ในส่วนของงานวิ่งรถนั้นบางส่วนสร้างกำไรได้ บางส่วนเป็นการบริการสังคมที่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ส่วนงานเรื่องงานบริหารทรัพย์สินนั้นเป็นจุดที่สามารถสร้างรายได้ ซึ่งถ้าทำให้ 3 ส่วนนี้ชัดเจนได้ก็จะง่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น